คำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 16/2564 เรื่อง มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 11) ลงวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2564 ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2564 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ประกอบกับคณะกรรมการณ์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ในการประชุมครั้งที่ 4/2564 วันที่ 19 มีนาคม 2564 เพื่อให้การบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามแนวทางการจัดเขตพื้นที่สถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จึงให้ยกเลิก ข้อ 2 เฉพาะ 1. “ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดฯ” ของคำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 12/2564 เรื่องมาตรการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 และให้ใช้คำสั่งนี้แทน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อ 7(1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี จึงออกคำสั่งจังหวัดปัตตานี ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกข้อความในคำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 12/2564 เรื่องมาตรการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ข้อ 2 เฉพาะ 1. และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม จำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี ตาก และราชบุรี และจังหวัดที่มีความเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ให้ปฏิบัติดังนี้

( 1 ) ให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ในเวลาราชการ) หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน / อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) / ผู้นำชุมชนในพื้นที่ทันทีที่เดินทางถึงมูมิลำเนาหรือที่พักอาศัยในจังหวัดปัตตานี

( 2 ) ให้แต่ละอำเภอพิจารณาดำเนินการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงและให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อดำเนินการสั่งกักตัวได้ตามความเสี่ยงและตามความเหมาะสมในการป้องกันโรค

( 3 ) ให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้และอาการทางเดินหายใจ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบพบแพทย์

( 4 ) ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค (D – เว้นระยะห่างระหว่างกัน M – สวมหน้าการอนามัยหรือหน้ากากผ้า H – ล้างมือบ่อยๆ T – ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย T – ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ)”

ข้อ 2 คำสั่งใดขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้ใช้คำสั่งนี้แทน

อนึ่ง การดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ตามมาตรา 16 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหรือเป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2564 เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2564

นายราชิต สุดพุ่ม
ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดปัตตานี

รายละเอียดเพิ่มเติม

คำสั่งจังหวัดปัตตานี ที่ (พิเศษ) 16/2564 เรื่อง มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

การเข้าชม 750 ครั้ง

X